sim 3 ออกแล้วคร้าบบบ !!

posted on 07 Jun 2009 02:23 by smartkid

วันนี้ไปเดินห้างมาเห็น sim 3 ออกแล้วหรือนี้ !!!!

 

หรือว่าเราตกข่าวเองหว่า 55 น่าจะออกมาได้ซักระยะแล้วละมั่ง

 

ก็เลยซื้อมาเล่นละครับแผ่นแท้ๆ 

 

บอกได้คำเดียวว่า เจ๋งมากๆ สุดยอดเลยย

 

สร้างตัวกว่าจะเสณ็จ 55 ละเอียดมาก แต่ก็สนุกดี ^^

 

ใครยังไไม่ได้เล่นก็หาเล่นซะนะครับ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

 

 

 

ปล. ไม่ได้อัฟนานมากกก ตอนนี้จะพยายามมาอัฟบ่อยๆละกานครับ ^^

เพลงคริสต์มาส

posted on 23 Dec 2008 11:08 by smartkid

เพลงคริสมาส

มีหลายเพลงเลย เวบ นี้  http://www.catholic.or.th/document/songchristmas/index.html 

มีเพลง(christmas)ให้โหลดอ่ะ

คริสต์มาส Christ Mas

posted on 23 Dec 2008 10:49 by smartkid

คริสต์มาส คืออะไร
วันคริสต์มาส คือ การฉลองวันประสูติของพระเยซูผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก เป็นวันฉลองที่มีความสำคัญ และมีความหมายมากที่สุดวันหนึ่ง เพราะชาวคริสต์ถือว่า พระเยซูมิใช่เป็ แต่เพียงมนุษย์ธรรดาๆ ที่มาเกิดเหมือนเด็กทั่วไป แต่พระองค์เป็นบุตรของพระเจ้าผู้สูงสุด และมีพระธรรมชาติเป็น พระเจ้า และเป็นมนุษย์ในพระองค์เอง การบังเกิดของพระองค์ จึงเป็นเหตุการณ์ พิเศษ ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนด้วย 


ประวัติการประสูติพระเยซูเจ้า 
ในเวลานั้น จักรพรรดิออกัสตัส รับสั่งให้ราษฎรทุกคน ในอาณาจักรโรมัน ไปลงทะเบียนสำมะโน ประชากร โยเซฟและมารีย์ ซึ่งมีครรภ์แก่จึงต้องเดินทางไปยังเมืองเบธเลเฮม อันเป็นเมืองที่กษัตริย์ดาวิดประสูติ พอดีถึงกำหนดที่มารีย์จะคลอดบุตร เธอก็ได้คลอดบุตรชายหัวปี เธอเอาผ้าพันกายพระกุมารแล้ววางไว้ใน รางหญ้า เนื่องจากตามโรงแรมไม่มีที่พักเลย คืนนั้นทูตสวรรค์ของพระเจ้า ปรากฎแก่พวกเลี้ยงแกะ พวกเขาตกใจกลัวมาก แต่ทูตสวรรค์ปลอบพวกเขาว่า "อย่ากลัวไปเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอก คืนนี้เอง ในเมืองของกษัตริย์ ดาวิด มีพระผู้ช่วยให้รอดประสูติ พระองค์นั้นเป็นพระคริสต์พระเป็นเจ้า นี่จะเป็น หลักฐานให้พวกท่านแน่ใจคือ พวกท่านจะพบพระกุมารมีผ้าพันกาย นอนอยู่ในรางหญ้า" 
ทันใดนั้น มีทูตสวรรค์อีกมากมาย ร้องเพลง สรรเสริญ พระเจ้าว่า " Gloria in Excelsis Deo ขอเทิด พระเกียรติพระเจ้าผู้สถิตย์ในสวรรค์ชั้นสูงสุด สันติสุขบนพิภพจงเป็นของผู้ที่พระองค์ทรงพอพระทัย 
                                                                                               

ทำไมจึงฉลองคริสต์มาสวันที่ 25 ธันวาคม 
ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ (ลก.2:1-3) บันทึกไว้ว่าพระเยซูเจ้าบังเกิด ในสมัยที่จักรพรรดิซีซ่าร์ออกัสตัส ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยมีคีรินิอัสเป็นเจ้าครองเมืองซีเรีย ซึ่งในพระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่า เป็นวัน หรือเดือนอะไร แต่นักประวัติศาสตร์ให้เหตุผลว่า ทื่คริสตชน เลือกเอาวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลองคริสต์มาส ตั้งแต่ ศตวรรษที่ 4 เป็นต้นมา เนื่องจาก ในปี ค.ศ. 274 จักรพรรดิเอาเรเลียน ได้กำหนดให้วันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันฉลอง วันเกิดของสุริยเทพผู้ทรงพลัง ชาวโรมันฉลองวันนี้อย่างสง่า และถือเสมือนว่าเป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะพระจักรพรรดิก็เปรียบเสมือน ดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์
คริสตชนที่อยู่ในจักรวรรดิ โรมันรู้สึกอึดอัดใจที่จะฉลอง วันเกิดของสุริยเทพตามประเพณีของ ชาวโรมัน จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 330 จึงเริ่มมีการฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการ และอย่างเปิดเผย เนื่องจากก่อนนั้น มีการเบียดเบียนศาสนาอย่างรุนแรง (ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 64-313) ทำให้คริสตชนไม่มีโอกาสฉลองอะไรอย่างเปิดเผย 


ความสำคัญของวันคริสต์มาส 

คริสต์มาส เป็นวันที่มีความสำคัญอย่างยิ่งวันหนึ่งในศาสนาคริสต์ มิใช่เป็นวันสำคัญฝ่ายร่างกายจัดงาน รื่นเริงภายนอกเท่านั้น ซึ่งเป็นแต่เพียงเปลือกนอกของการฉลองคริสต์มาส แต่แก่นแท้อยู่ที่ความรัก ของพระเจ้าที่ มีต่อโลกมนุษย์ นั่นคือ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ มากจน ถึงกับยอมส่งพระบุตรแต่องค์เดียว ของพระองค์ ให้มาเกิดเป็น มนุษย์ มีเนื้อหนังมังสา ชื่อว่า "เยซู" 
การที่พระเจ้าได้ถ่อมองค์และเกียรติลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากการเป็นทาส ของความชั่ว และบาปต่างๆ นั่นเอง
ดังนั้นความสำคัญของวันคริสต์มาสจึงอยู่ที่การฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อโลกมนุษย์ อย่างเป็นจริง เป็นจัง และเห็นตัวตนในพระเยซูคริสต์ที่มาเกิดเป็นมนุษย์ มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น 


ประวัติวันคริสต์มาส 
คริสต์มาส คือการฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้า เรา เฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม คำว่า คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษ โบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า เพราะการร่วมพิธีมิสซาเป็นประเพณีสำคัญที่สุดที่ชาวคริสต์ ถือปฎิบัติกันในวันคริสต์มาส 
คำว่า Christes Maesse พบครั้งแรก ในเอกสารโบราณ เป็นภาษาอังกฤษ ในปี ค.ศ. 1038 และคำนี้ก็แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas คำทักทายที่เราได้ฟังบ่อย ๆ ในเทศกาลนี้คือ Merry Christmas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุข และความสงบทางใจ 

เพราะฉะนั้นคำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบ ทางใจ 
เนื่องใน โอกาสเทศกาลคริสต์มาส ส่วนภาษาไทยใช้อวยพรด้วยประโยคว่า "สุขสันต์วันคริสต์มาส
Merry Christmas " 


การร้องเพลงคริสต์มาส
เพลงคริสต์มาสที่เรานิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19 จากประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ เพลงที่มีเสียงมากได้แก่ Silent Night, Holy Night เป็นภาษาไทยว่า "ราตรีสวัสดิ์ คืนอันศักดิสิทธ์ " 

ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวัน คริสต์มาส ของปี ค.ศ. 1818 คุณพ่อ Joseph Mohr เจ้าอากาสวัดที่ Oberndorf ประเทศออสเตรเลีย ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้ คุณพ่อเองตั้งใจจะแต่งเพลงคริสต์มาส หลังจากแต่งเสร็จก็เอาไปให้เพื่อนคนหนึ่งชื่อ Franz Gruber ที่อยู่หมู่บ้านใกล้เคียงใส่ทำนองในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดใกล้ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก โดยการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก


เทียนและพวงมาลัย 
ในสมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบเป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้นในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุกอาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อนคริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยมและแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา
ซึ่งต่อมามีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรงกลาง 1 เล่มไปแขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ผ่านไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็นสัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ของพระเป็นเจ้า  
 
                                                                         
การทำมิสซาเที่ยงคืน 
เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้วในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ 
พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืน พระสัน ตะปาปาก็ทรงถวายบูชา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พัก เป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และสัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อ สัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระสันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติ ของพระองค์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมี ธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน 


ซานตาครอส 

ตัวจริงของซานตาครอส คือ นักบุญนิโคลัสซึ่งเป็นบาทหลวงในตุรกี ช่วงคริสต์ศตวรรษที่สี่ ผู้ขึ้นชื่อในเรื่องความใจดี โดยเฉพาะกับเด็กๆ ต่อมาท่านเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วฮอลแลนด์ในชื่อ "ซินเตอร์คลาส" ราวค.ศ.1870 ชาวอเมริกันเรียกชื่อเพี้ยนไปเป็น"ซานตาคลอส" ตั้งแต่แรกจนถึงค.ศ. 1890 

ภาพของซานตาคลอสเป็นชายร่างผอมสูงสวมชุดสีเขียว หรือน้ำตาลสลับแดง เจนนี ไนสตรอม ศิลปินชาวสวีเดน เป็นผู้คิดค้นรูปลักษณ์ของซานตาครอสอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน โดยวาดภาพลงในบัตรอวยพรคริสต์มาส ภาพเหล่านี้ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เมื่อชาวสวีเดนอีกคนชื่อ แฮดดอน ซันด์บลอม นำภาพวาดของไนสตรอมสวมชุดขาว

 

 ไว้เป็นความรู้คับ

 

ที่มา :http://campus.sanook.com/u_life/knowledge_01393.php 

edit @ 23 Dec 2008 10:55:25 by BreezyWizard

edit @ 23 Dec 2008 11:16:48 by BreezyWizard

นักดาราศาสตร์ตรวจพบก๊าซเม็ธเธนซึ่งเป็นโมเลกุลของสารอินทรีย์อยู่ในบรรยากาศรอบดาวเคราะห์ดวงหนึ่งนอกระบบสุริยะของเราเป็นครั้งแรก นักดาราศาสตร์เหล่านั้นใช้กล้องดูดาวอวกาศฮับเบิลในการศึกษาสังเกตการณ์

แม้นักดาราศาสตร์จะบอกว่า ไม่มีโอกาสที่จะมีสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงนั้นเนื่องจากสภาพการณ์ไม่อำนวย แต่ด้วยเหตุที่เม็ธเธนมีความสำคัญต่อชีวิต การค้นพบนี้จึงแสดงถึงความเป็นไปได้ที่ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งในห้วงเอกภพนอกเหนือไปจากโลกเรา

ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเราดวงนั้น นักดาราศาสตร์เรียกว่า HD189733b เป็นบริวารดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากระบบสุริยะของเราราว 63 ปีแสง

นักดาราศาสตร์ Mark Swain ซึ่งทำงานสังเกตการณ์อยู่ที่สถานทดลองการขับเคลื่อนด้วยพลังไอพ่น (Jet Propulsion Labaratory) ขององค์การอวกาศสหรัฐที่เมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ตรวจพบก๊าซเม็ธเธนในบรรยากาศของดาวเคราะห์ดังกล่าว

Mark Swain กล่าวว่า ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะของเราเท่าที่พบมีอยู่ราว 270 ดวง และนี่เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พบหลักฐานว่ามีสารประกอบเคมีอยู่ในบรรยากาศของดาวเคราะห์แบบนี้ Mark Swain บอกว่า ดาวเคราะห์ HD189733b เป็นกลุ่มก๊าซร้อนจัดแบบเดียวกับดาวพฤหัสของเรา ใช้เวลากว่าสองวันเล็กน้อยในการโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงแม่ ด้วยเหตุที่เป็นกลุ่มก๊าซร้อนจัดจึงไม่มีโอกาสที่จะมีสิ่งมีชีวิตอยู่ได้

Mark Swain กล่าวว่า เม็ธเธนเป็นสารที่มีความสำคัญสำหรับชีวิต เมื่อโมเลกุลของเม็ธเธนรวมกับโมเลกุลของสารอื่นๆ อีก 2-3 อย่าง ในสภาพการณ์ที่เหมาะเจาะ อาจก่อตัวเป็นกรดอะมิโนซึ่งเป็นหน่วยโครงสร้างสำคัญของชีวิตได้

นักดาราศาสตร์ตรวจพบก๊าซในบรรยากาศของดาวเคราะห์ HD 189733b โดยใช้กล้องดูดาวอวกาศฮับเบิลถ่ายภาพบรรยากาศตามขอบดาวเคราะห์นั้นขณะที่โคจรผ่านหน้าดาวฤกษ์ดวงแม่ และศึกษาสังเกตสีต่างๆ ของแสงที่เห็น

นักดาราศาสตร์กล่าวว่า การพบนี้เป็นเหมือนการซ้อมใหญ่สำหรับการตรวจพบแบบนี้อีกบนดาวเคราะห์อื่นๆ ที่มีสภาพเอื้ออำนวยในเวลาต่อไปในอนาคต.

ดาวยิ้มอีกครั้ง!!

posted on 17 Dec 2008 00:06 by smartkid

 
ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนสุดขอบฟ้า เตรียมเกิดอีกครั้ง 29 ธ.ค.นี้
หอดูดาวบัณฑิต เผย ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนสุดขอบฟ้า ดาวพฤหัสเคียงคู่ดวงจันทร์จะเกิดขึ้นอีกครั้งวันที่ 29 ธันวาคมนี้ สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าในตำแหน่งที่ไม่มีตึกบัง
นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต อดีตกรรมการบริหารสมาคมดาราศาสตร์ไทย และผู้อำนวยการหอดูดาวบัณฑิต จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำการจำลองภาพปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน (Conjunction) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 29 ธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ใกล้ขอบฟ้าทางทิศตะวันตก โดยดวงจันทร์เสี้ยวขึ้น 3 ค่ำ และดาวพฤหัสบดีจะปรากฏเคียงคู่กันในระยะ 32 ลิปดา หรือหน่วยวัดระยะห่างด้านดาราศาสตร์ ดวงจันทร์อยู่ด้านซ้าย ดาวพฤหัสอยู่ด้านขวา และจะมีดาวพุธอยู่ด้านล่างของดวงจันทร์ห่างดวงจันทร์ลงมา 1 องศา 40 ลิปดา ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ดังกล่าวเห็นได้ด้วยตาเปล่าทางทิศตะวันตกตั้งแต่เวลา 17.58 น. จนถึงเวลา 19.25 น. ซึ่งจะเกิดขึ้นใกล้ขอบฟ้า ทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับผู้ที่สังเกตอยู่ในเมือง ทั้งนี้ ควรหาตำแหน่งที่ไม่มีตึกบังหรือขึ้นดูที่สูง ส่วนต่างจังหวัดควรหาที่โล่งที่ไม่มีเมฆรบกวน
นายวรวิทย์ กล่าวย้ำว่า ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่ปรากฏการณ์ฟ้ายิ้ม เหมือนวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ที่เป็นการโคจรของดาวพฤหัสบดี เคลื่อนเข้าใกล้ดาวศุกร์และดวงจันทร์ โดยดวงจันทร์มีลักษณะเป็นจันทร์เสี้ยวหงายขึ้น เมื่อรวมตัวกันแล้วจะเป็นภาพลักษณะคล้ายใบหน้าคน ซึ่งปรากฏการณ์ครั้งนี้เป็นเพียงภาพการรวมกลุ่มของดวงดาวเท่านั้น
ที่มา :http://thainews.prd.go.th/

Favourites

    BreezyWizard View my profile